รู้มั้ย! เลือกน้ำมันเครื่องยังไงให้เหมาะกับรถคุณ?

engine-oil

วันนีเราจะมาพูดถึงการเลือกน้ำมันเครื่องยังไงให้เหมาะกับรถคุณกันนะครับ หลายคนคงเลือกน้ำมันเครื่องให้รถยนต์ของตัวเองจากยี่ห้อหรือแบรนด์น้ำมัน เครื่องดังๆ   และเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่รู้เรื่องน้ำมันเครื่องเลย อาศัยเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ให้ถ่ายน้ำมันเครื่องอย่างเดียวโดยที่ไม่รู้เลย ด้วยซ้ำว่าทางร้านหรือทางศูนย์นั้นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เราแบบไหน ดีต่อรถเราไหม?

engine-oil-1

แต่ก่อนอื่นเราไปทราบประโยชน์ของน้ำมันเครื่องกันก่อนดีกว่าครับ

  1. น้ำมันเครื่องช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์รถคุณ
  2. ลดความเสียดทานเวลาเครื่องยนต์ขับเคลื่อน ว่าง่ายๆเครื่องยนต์จะไม่สึกหรอจากการทำงานนั้นแหละครับ มันจะไปช่วยหล่อลื่นในระบบของเครื่องยนต์
  3. ทำความสะอาด เวลาที่เครื่องยนต์กำลังเผาไหม้จะเกิดเขม่า เกิดผงโลหะที่เกิดจากการเสียดสี น้ำมันเครื่องก็จะไปดึงสิ่งสกปรกต่างๆไม่ให้ไปเกาะลูกสูบรถยนต์ในขณะที่มัน กำลังทำงานอยู่ หลักการคร่าวๆก็จะประมาณนี้
  4. ช่วยให้เครื่องยนต์มีกำลังอัดดีขึ้น น้ำมันเครื่องจะไปช่วยประสานพวกลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบอกสูบ ไม่ให้รั่วเวลาเครื่องยนต์ทำงาน ถ้าจะอธิบายง่ายๆก็คือ รถคุณจะมีอัตราการเร่งที่ดีขึ้นนั้นเอง

 

engine-oil-2

น้ำมันเครื่องมีอยู่ 3 ชนิด คือ

  1. น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา (Mineral Oil)
  2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)
  3. น้ำมันเครื่องสังเคาระห์ (Full-Synthetic)

 

ข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้ง 3 ชนิดนี้หลักๆก็เรื่องของราคา คุณภาพ และระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นเอง

น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา (Mineral Oil) ส่วนมากคนจะไม่นิยมใช้กันแล้วในปัจจุบัน ด้วยเหตุเรื่องของคุณภาพ และระยะเวลาในการถ่ายน้ำมันเครื่องก็จะอยู่ที่ประมาณ 4,000-6,000 กิโลเมตร ราคาก็จะถูกหน่อย

น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) คนจะนิยมมากเพราะราคาจะอยู่ระดับกลางๆ ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก็จะอยู่ที่ 6,000 ไม่เกิน 8,000 กิโลเมตร ถ้าแนะนำพอถึงรอบ 6,000 กิโลเมตรก็ควรเตรียมที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้แล้วละครับ ราคาก็จะอยู่ระดับกลางๆ ตั้งแต่ 800 – 1,500 บาท ราคาโดยเฉลี่ยนะครับ แล้วแต่ยี่ห้อนั้นๆด้วย

น้ำมันเครื่องสังเคาระห์ (Full-Synthetic) อันนี้ดีที่สุด แพงที่สุด อัตราการเร่งของเครื่องยนต์ก็ดีเยี่ยม ถ้าคนไหนเคยใช้น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) มาตลอด แล้วเปลี่ยนมาใช้แบบสังเคาระห์ (Full-Synthetic) คุณจะรู้สึกถึงความแต่ต่างเวลาเร่งเครื่องอย่างแน่นอน ระยะการเปลี่ยนถ่ายก็จะอยู่ที่ 8,000-10,000 กิโลเมตร แต่บางยี่ห้อก็เคลมมากถึง 20,000-30,000 กิโลเมตรก็มี แต่ราคาก็แพงตาม แน่นอนราคาของน้ำมันเครื่องสังเคาระห์ (Full-Synthetic) ก็จะอยู่ที่ 2,000 บาทขึ้นไป

สุดท้ายก็อยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ของเราเป็นหลัก เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ใครพอจะมีกำลังทรัพย์หน่อยก็เลือกใช้แบบสังเคาระห์ (Full-Synthetic) ใครไม่ไหวก็ใช้แบบกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) ไป พอถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก็ควรเปลี่ยน ควรทำ เพราะจะไม่คุ้มกับการซ่อมแน่ๆถ้าหากเครื่องยนต์ของคุณมีปัญหา

engine-oil-3

เพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆเรื่องการเลือกใช้ ให้สังเกตุฉลากบนขวดน้ำมันเครื่องที่เราใช้ จะมีตัวเลขบอกค่าความหนืดของน้ำมันเช่น W20, W30, W40, W50 เป็นต้น ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ ต้องดูด้วยว่ารถเราใหม่หรือเก่า เครื่องยังแน่นอยู่หรือหลวมแล้ว คือถ้าเครื่องยนต์ใหม่หรือรถยังใหม่อยู่ อย่างรถป้ายแดง ก็เลือกใช้แค่ W30 ก็พอ มันจะไม่หนืดมากเพราะเครื่องยังแน่นอยู่ ใส่หนืดมากเดี๋ยวลูกสูบติดเปล่าๆ ส่วนใครที่เครื่องยนต์เก่าแล้ว เครื่องหลวมแล้ว ให้ใช้เบอร์ W40 หรือ W50 ตามลำดับ และตามความเหมาะสมนะครับ อีกอย่างถ้าคุณถ่ายน้ำมันเครื่อง คุณต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องไปด้วยเลยจะดีที่สุด บอกให้อู่หรือศูนย์เปลี่ยนได้เลยครับ ผู้ให้บริการจะได้เลือกใส้กรองน้ำมันเครื่องมาให้ตรงกับรุ่นของรถคุณ หวัง ว่าครั้งหน้าถ้าคุณจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก็จะได้เลือกที่เหมาะสมกับรถ และตัวคุณแล้วนะครับ ไม่โดนร้านที่ไม่มีจรรยาบรรณหลอกขายใส่น้ำมันเครื่องที่ไม่เหมาะสมกับราคา ให้คุณแล้วนะครับ สำหรับเรื่องราวความรู้เรื่องราวในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้ที่ เว็บนายธันวา กันได้เลยครับมีประโยชน์แน่นอนครับ

 

คนรักรถยนต์-1

ที่มา thaicarproducts

Comments

comments

หากคุณชื่นชอบเรื่องเล่าออนไลน์ จากนายธันวา ไม่อยากพลาดทุกเหตุการณ์ต่างๆ อย่าลืมกดถูกใจเพจ รวมเรื่องออนไลน์ เพื่อติดตามข่าวตามเทรนด์ได้ก่อนใคร

CLOSE
Copyright © 2017. All rights reserved.